9 มกราคม 2553

สวัสดีวันเด็ก หลังจากที่ทนให้ลวดทิ่มกระพุ้งแก้มมา 48 ชั่วโมง

ส่งท้ายด้วยการลองกินซิสเลอร์ หัดเคี้ยวดู เริ่มคล่อง

แต่ก็เหนื่อย กินไม่หมด ท้องป่อง ต้องให้พนักงานเอาใส่ห่อกลับบ้าน

เพราะถ้าหลุดจะได้ให้คุณหมอซ่อมอีกทีเดียว

พอกินเสร็จ แวะแปรงฟันในห้าง (ชีวิตไม่เคยทำแบบนี้มาก่อน)

เอาฟันที่เยินเพราะเหล็กหลุดไปให้คุณหมอฟันรีแพร์ให้

คุณหมอรื้อเส้นลวดใหม่ (ไม่รุ้เขาเรียกเส้นอะไร)

ติดเหล็กใหม่ซี่ที่หลุด ทั้งฟันหน้า และข้างใน ใช้เวลาเป็นครึ่งชั่วโมง

คุณหมอยังไม่คิดค่าปรับ คุณหมอเข้าใจ คุณหมอไม่ว่าอะไร คุณหมอใจดีมากๆ

ต่อไปเรารับประทานอะไร ต้องระวังให้มากกว่านี้ คุณหมอจะได้ไม่เหนื่อย

 ไม่ท้อแล้ว ค่อยยังชั่วหน่อย ^_____^

เปิดหมวดใหม่ ดัดฟัน ไดอารี่

เอาไว้บันทึกประสบการณ์จัดฟันของตัวเอง

ไว้กลับมาอ่านตอนหลัง ไม่ว่าจะจัดสำเร็จ หรือไม่ก็ตาม

5 มกราคม 2553

ใส่เหล็กครั้งแรกต้อนรับปีใหม่ ใส่ฟันบนก่อน ส่วนฟันล่างใส่เดือนหน้า ระยะเวลา 1.5-2ปี

แล้วแต่ความสามารถของเรา ได้ฟังแบบนี้ค่อยรู้สึกดีหน่อย ^^

วันแรกแลดูทุกอย่างราบรื่น รู้สึกตึงๆ ที่ฟันอยู่บ้าง แต่ไม่เจ็บ หมอบอกว่าแค่ปรับระดับฟัน (ไม่เข้าใจ)

หมอแจกแปรงสีฟัน ยาสีฟัน น้ำยาบ้วนปาก กับขี้ผึ้ง เอาขี้ผึ้งมาทำไม

 ซื้อฟุตลองสไปซี่มากิน ยังไหวอยู่ แต่เริ่มจะรู้สึกเคี้ยวลำบาก เพราะไส้กรอกมันชอบไปติดที่เหล็ก

 กินอะไรเสร็จก็ต้องแปรงฟันทันที คือความลำบากแรกที่เราต้องปรับตัว

 

6 มกราคม 2553

กลางคืนฝนตก สะดุ้งตื่น รู้สึกระบบไปทั้งปาก รู้สึกว่าจะเริ่มเห็นผลว่าปวดแล้ว

กัดฟันไม่ได้ล่ะ -0- ทนต่อไป กินมาม่าขี้เมาหมู โอ้ กัดเส้นมาม่าไม่ขาดแล้

เคี้ยวหมูลำบากหน่อย ไม่ค่อยกล้าเคี้ยวไม่ละเอียดเลย เอาแค่กลืนได้ก็กลืน -..-

เพราะกลัวเหล็กหลุด เจ็บฟันไม่เท่าไร แต่เหล็กหลุดแล้วจะซวยเอา

แต่ตอนหลังเหล็กหลุดตรงฟันครอบอีก (พอดี จขบ. ฟันหน้าสองซี่ครอบซะแล้ว)

หมอบอกไม่ต้องรีบติด รอติดใหม่ตอนนัดเดือนหน้าก็ได้ เพราะซี่นี้ไม่สำคัญ 

ค่อยรอไปปรึกษาหมอ ว่าจะทำไงดี เพราะเหมือนวัสดุมันติดได้ไม่ดีเหมือนฟันจริง

วันนี้แถวๆ กระพุ้งแก้มเริ่มแสบ เอาขี้ผึ้งมาโปะ เห็นความสำคัญของขี้ผึ้งแล้ว บรรเทาอาการได้

 

7 มกราคม 2553

วันนี้ตื่นมา ปากเป็นรอยกดทับเหล็ก เจ็บไปหมด เมื่อไรปากเราจะด้านเนี่ย

มื้อเที่ยงสั่ง กินบะหมี่เกี๊ยวหมูกรอบ (ด้วยความเคยชิน)

พอเห็นหมูกรอบเริ่มหวั่นละ มันของแข็งนี่หว่า จัดฟันห้ามกินของแข็งและเหนียว

แต่ลองกินอย่างระมัดระวังดูละกัน ตอนแรกกินแต่เส้นก่อน เพราะกินง่าย

พอเส้นหมด เหลือแต่หมูน่ะสิ ค่อยๆ เคี้ยว กรุบๆๆๆ ...... กลืน

 เอาลิ้นเช็คๆ ดู ว่า เหล็กอยู่ครบไหม ปรากฎว่าซี่ในสุด เหลือแต่ลวด...

 เหล็กหลุดไปแล้ว และคาดว่า กลืนไปแล้ว ตัดหมูกรอบออกจากรายการอาหารที่กินได้

ถ้ารอไปหาในอึ ก็คงไม่ไหว หรือถ้าหาเจอจริงๆ คงไม่กล้าเอามาติดในปาก สยองน่าดู

กลืนไปแล้ว โทรไปที่คลีนิค หมอเข้าวันเสาร์ เราต้องรออีกตั้งสองวันเหรอ T_T

เส้นลวดก็โด่เด่อยู่อย่างนั้น เอาขี้ผึ้งโปะก็หลุด หวังว่ามันจะไม่ทำร้ายแก้มเรามากกว่านี้

ทำแบล็คเก็ตหาย(เหล็ก) หวังว่าครั้งแรกหมอจะยังไม่ต้องให้เราเสียค่าปรับนะ

พี่ที่ทำงานซื้อทุเรียนทอดมาฝาก โอ้ ขอบคุณนะ ที่ซื้อมาตอนนี้ ถ้าเมื่อก่อนคงหมดอย่างรวดเร็ว

นี่ต้องหักกินทีละชิ้นเล็กๆ เพราะกลัวเหล็กหลุดมาก กินแค่ 3-4 แผ่น พอ .... เหนื่อย

กินนิดเดียวก็ไปแปรงฟันอีก วันนี้แปรงฟัน 5 รอบได้ -0- (ไม่รวมก่อนนอน)

 

เริ่มท้อ เริ่มหลอนแล้ว รู้สึกว่าไม่น่าจัดฟันเลย ชีวิตลำบากขึ้นเยอะ

ถอยไม่ได้แล้ว จ่ายเงินไปแล้ว ถ้าย้อนเวลาได้ไม่จัดดีกว่า ปล่อยมันซ้อนไป

ทุกมื้อที่เรากินเราจะต้องระวังไปหมดเหรอเนี่ย ท้อเรื่องเหล็กหลุดนี่แหละ

บุฟเฟต์ที่จับเวลาคงต้องงด เพราะกลัวกินไม่ทันแล้วขาดทุน 555+

สุดท้ายนี้ เจ็บลิ้น เจ็บฟัน เจ็บปาก ทำใจ และปรับตัวให้ได้เร็วที่สุด~*

 

Persona PSP - Dream of Butterfly

posted on 04 Nov 2009 11:04 by abystar in Soundtrack

 
ไม่ค่อยมีอะไรจะเขียน
 
เอาเพลงที่ชื่นชอบมาลงดีกว่า
 
เป็นเพลง Opening ของเกม Persona ที่ทำใหม่ลงในเครื่อง PSP
 
อาจจะเก่าแต่ภาค US เพิ่งออกได้ไม่นาน เลยเพิ่งได้เล่นดู
 
เพลงประกอบเกม Persona ทำออกมาได้ดีเสมอ
 
 
Title: Dream of Butterfly
Album: Persona PSP
Artist: Shoji Meguro
Vocal: Yumi Kawamura

Dream of Butterfly or is life a dream

Don't wanna wake up coz I'm happier here

あなたがいる それだけて良かった
ただ一つの 真実だったの

だけどそれは夢で
Swaying and dissolving like bubbles in the dark ocean
気付けば誰もいない

確かなものは何にも
Reaching for the shimmering shape in vain
ここには無いと解った

うつろうこの世界 何を信じて生きればいい?

悲しみ I can't believe in you
溺れて but I cannot forget you
叫びながら あなた見た I will dig up my faith
あの夜 and march on

あなたが I cannot see ahead
いるから but I can't keep standing still
私強くなれるんだと So I will close my eyes
信じた and march on

苦しみ can't lay the blame on you
畏れて but I can not forgive you
泣きながら あなた呼んだ So drenched up in rain
あの日 I'll march on

あなたの I cannot face the sun
せいだと but I cannot dream at night
気付いた 自分の弱さ So under the moonlight
全てが I'll march on

 Download MP3: http://www.megaupload.com/?d=YFXS4GXM

 อ้่างอิง: http://megamitensei.wikia.com/wiki/Dream_of_Butterfly, YouTube

 

และปีนี้ก็ไม่ได้ไปลอยกระทงอีกตามเคย 

เนื่องจาก...
ง่วงนอน
รถติด
ไม่อยากอยู่ท่ามกลางสนามรบ

และที่สำคัญ...ไร้คู่  

วันลอยกระทงทีไร นึกถึง 6ปีที่ผ่านมาตลอดเลย  สุขสันต์วันลอยกระทง นะเพื่อนๆ >_<"

[Review] Notebook: lenovo ideapad Y450/P8700

posted on 26 Jul 2009 13:19 by abystar in Tech

ได้ฤกษ์เปลียน notebook ใหม่ หลังจากที่ทนใช้น้อง
เอเซอร์ ทุเรียน64 Aspire 5051 มาเกือบสามปี
ตอนนั้นซื้อโดยเลือกเครื่องที่ถูกๆ เพราะยังต้องขอตังพ่อแม่
เห็น การ์ดจอเป็น ATi นึกว่าจะเล่นเกมดี
โธ่ ที่แท้ออนบอร์ด สุดท้ายเอามานั่งทำโปรเจคอย่างเดียว
(ตอนนั้นอ่อนด๋อยเรื่องซื้อคอมมาก)

วันเวลาผ่านไป ความอ่อนด๋อยในการเลือกคอมลดเป็นระดับปานกลาง
วันนี้ทำงาน หาเงินเองได้แล้ว จึงตัดสินใจเลือกซื้อเครื่องที่เหมาะกับตัวเองที่สุด
ตอนแรกเล็งๆ Asus กับ BenQ แต่มีเหตุผลบางอย่างทำให้ไม่ซื้อ
(ขอเขียนเหตุผลไว้ตอนท้าย Blog ละกันคับ พูดถึงพระเอกก่อนดีกว่า)
ตัดสินใจเลือกซื้อ lenovo ideapad Y450/P8700
หลังจากที่ซื้อตัวนี้มาครบ 7 วันแล้ว วันนี้ขอเขียน Review หน่อยละกันครับ

เริ่มจาก รูปทรง เป็นแบบที่เห็น


ข้างหน้าแป้นคีย์บอร์ดสีขาวสวย แต่นานไปไม่รู้จะดำรึป่าว
(กล้องอาจจะไม่ชัด แต่พยายาม แล้ว)


ฝาสีดำ ขอบสีส้ม ลายคล้ายๆ รังผึ้ง ต้องขออภัยที่ยังไม่ได้แกะพลาสติก กลัวจะหมอง


ให้ดูความหนา และสีขอบชัด ๆ สี ฟ้า ๆ นั่นคือ ไอพ่น (Cool pad ^^)

ต่อไปมาดูสเปคเครื่องกันบ้าง



--CPU--
Intel Core 2 Duo P8700 (2.53 GHz, FSB 1066 MHz, L2 3 MB)
รู้แต่ว่ามันเป็น CPU 2 ตัว และความเร็วตัวละ 2.53 GHz ที่เหลือไม่รู้

--Chipset--
Intel PM45
เป็นของ Intel รุ่นไหนไม่สน ต่างจาก Chipset รายอื่นยังไง...ไม่รู้ :-P


--Memory--
4GB DDR3 !!!
ซื้อทั้งทีขอเป็น DDR3 ไปเลยละกัน
ความจริงจะซื้อรุ่นอ่อนกว่านี้ ที่เป็นแรม 2GB แต่เพิ่มเงิน พันเดียว
ได้แรมเพิ่ม และ CPU แรงกว่า ข้อเสนอมันดีเกิ๊นนน...
แต่ถ้าใช้ OS ที่เป็น 32-bit น่ะ
ยังไงก็ใช้ได้แค่ 3GB นะเออ



--Graphic System--
nVidia GeForce GT 130M
ตัวนี้มีผลต่อการตัดสินใจซื้อมาก ใช้ ATI มาตลอด
ประทับใจที่มัน กระตุก ยิ่งเล่นนานยิ่งช้า ต้องรีเครื่อง
เลยอยากลอง nVidia ดู ใครๆ ก็ว่าเล่นเกมลื่น โอเค...ลอง
การ์ดจอรุ่นนี้ดีกว่าพวก 9600 กับ ตระกูล 100M ทั้งหลาย
เอาเป็นว่าแรงสุดเท่าที่หาได้ คัดมาแล้ว


--Monitor--

จอ LED 14" เล็กกว่าเครื่องเดิมแฮะ สีสวยดี ออกแนวใสๆ
เพราะถ้า LCD สีจะหม่น ๆ ยังเอาพลาสติกแปะไว้
กลัวบอบช้ำ~~~ และเขาว่าประหยัดไฟด้วยนิ่
ขนาด 1366x768 ห๊ะ กว้างและแคบได้อีก o_O!!
เมื่อก่อนใช้ 1280x800 ก็ว่าแคบแล้วนะ จะแบนไปไหน
เอาน่า ตามสมัย 16:9


--Harddisk--
500GB 5400RPM SATA ACHI
พื้นที่เยอะเหอะ เพิ่งซื้อ external มายังแค่ 320GB
เก็บอะไรนักหนาเนี่ย แต่ ACHI คือไรไม่รู้นะ
ตามไม่ค่อยทันแล้ว ใช้ IDE มาตลอด

--Camera--
กล้อง 1.3 ล้าน pixel เหมือนจะเยอะ
แต่ใช้จริงแล้วแบบว่า เหียกและเขียว*
ถ้าเอาไปใช้ คงขายไม่ออกแน่ๆ 555
(หรือว่าตรูตั้งค่าไม่เป็น)
คำเตือน ภาพที่จะเห็นต่อไปนี้อาจส่งผลกระทบต่อจิตใจ
ถ้าพร้อมแล้ว เลื่อนลงไปดู
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.

(เลียนแบบโฆษณา โออิชิ แบ๊ว ๆ แต่พอดีไม่ได้กิน เลยเอาดีน่าแทนละกัน)


--Weight--
น้ำหนัก ตามเว็บบอกมัน 2.1kg แต่ทำไมมันหนัก...
คงยังไม่รวมแบต ไว้ไปชั่งตาชั่งแล้วจะมาบอกเลขมวลสาร
แต่ช่างมัน ไม่ค่อยได้แบกไปไหน
(แต่ก็พกบ้าง อะไรบ้าง)


--Other--
ก็เหมือน notebook ทั่วไป มีบลูตุ๊ด ไวเลส และรูเสียบสายแลน
ไม่มีโมเด็ม 56k สมัยนี้คงเลิกใช้กันไปแล้ว
(แต่เราใช้ เอาโมเด็มคืนมาาา... กลับบ้านต่างจังหวัดยังต้องใช้ T_T)

มี อแด๊ปเตอร์ (Adaptor) ทรงกระดูกหมา มีไฟสีฟ้า


--Other ที่น่าตกใจ--

ลำโพงเครื่องเสียงดังและเสียง
ดีมาก
ปรับ EQ ได้ในตัว สุดยอดดดดดด (เครื่องเก่าทำไม่ได้)
ในรูปที่เอาลำโพงวางไว้ นั่นไม่ได้ใช้นะ
แต่ไม่รู้จะเอาไปวางที่ไหน
อ้อ แถมยังมีเปิดโหมด DOLBY HOME THEATER
ที่ให้ภาพสีสดกว่า และเสียงที่ดังกระหึ่มได้อีก


--Other ที่คิดว่าคงไม่ได้ใช้--
ระบบ HDMI ปล่อยเค้าไว้อย่างงั้นแหละ TV ที่บ้านไม่ไฮโซ

และในคู่มือเห็นว่าเสียบ SIM มือถือได้
ถ้ามี AIR CARD ในตัวคงเจ๋งมิใช่น้อย
(ถ้าใช้เป็น AIR CARD ไม่ได้ หมายความว่าเอาไว้เก็บ SIM? สะดวกดีนะ)
แต่ต้องถอดแบตก่อน ขี้เกียจ...เลยยังไม่ได้เปิดดู


ระบบ Navigater ประมาณว่าเอานิ้วรูดตัวเครื่อง แล้วจะสั่งให้เปิดโปรแกรม
ฟังดูดี แต่ใช้เม้าส์คลิกแหละ ง่ายสุด
(ขออภัยที่ถ่ายภาพมาให้ดูไม่ได้ เพราะกล้องมันไม่ยอม Focus ให้)

เอ้อ แล้วยังมีระบบ Login แบบ scan หนังหน้าด้วย
คิดว่าคงไม่ได้ใช้ เพราะจะตกใจทุกครั้งเวลาเปิดเครื่อง


--สิ่งที่ไม่ชอบ (ส่วนตัว)--
1. ปุ่ม Fn อยู่มุมซ้ายสุด มันสลับกับเครื่องที่เคยใช้
และเครื่องที่ทำงาน ปรับตัวลำบากแน่ๆ ทีนี้

2. เปิดเครื่องทุกครั้งต้องกด Ctrl+F6 เพื่อปิด Touchpad ขี้เกียจกดมาก

(Touchpad ลายตูดไก่ ผิวไม่เรียบเพิ่มความเร้าใจ)


--ตู้ปลากับ Windows XP Professional (32-bit)--
ตู้ปลาคือโปรแกรมวัดประสิทธิภาพการ์ดจอชนิดหนึ่ง

คะแนนได้ดังภาพ ถือว่าสูงเลยทีเดียว


--ตู้ปลากับ Windows 7 Ultimate (32-bit)--

ลงมัน 2 OS คับ แต่อ้าว!! ไหงคะแนนตกล่ะ
สงสัยต้องแบ่งคะแนนไปให้ความสวยของ Windows 7 บ้าง


--อุณหภูมิ--

คือห้องไม่มีแอร์คับ พัดลมล้วนๆ
ตอนปกติ (นั่งเขียน exteen อยู่นี่แหละ)
เวลาผ่านไป เล่นเกม The Sims 3
(แม่ม ไอ่คนที่ยืนมองทำปากโห่ใส่ เสียมารยาทจริงๆ)


อุณหภูมิการ์ดจอกลายเป็น 80 องศา!!! แต่ก็ยังเล่นต่อไป

ถ้าเอามือวางที่บอดี้ ถือว่าอุ่นๆ ค่อนไปทางร้อนนิดๆ แต่ยังรับได้
(ตอนไม่เล่นเกมอุ่นนิดๆ)

--คะแนนจาก Windows 7--
คุณ Windows เค้าประเมินให้นะ



--ที่ติดค้างว่าทำไมไม่ซื้อของ ASUS--
ตอนแรกเล็งรุ่นที่การ์ดจอ ATi 4570 ไว้ แต่อยากลอง nVidia จริงๆ
เครื่องไม่ร้อน(ตอนไม่เล่นเกม)ด้วย
และ Chipset เป็น SIS พวกใช้ Intel บอกว่าไม่ดี
พอถามกลับว่าไม่ดียังไง ตอบไม่ได้ อืม ว่าตามกัน


--แล้วทำไมไม่ซื้อ BenQ--
ตอนแรกเล็ง S.42 ที่การ์ดจอ nVidia 9600GT
ยังสลับไปใช้การ์ดจอ ออนบอร์ดได้ด้วย แถมยังทนอีก น่าทึ่งมาก
ตกม้าตายตอนเอามือจับ เพราะมันลวกมือ 555+


--ขอจบการ Review เพียงเท่านี้--
หวังว่าจะเป็นประโยชน์ต่อผู้ที่กำลังตัดสินใจซื้อ notebook
หรือผู้ที่ซื้อแล้ว (มีประโยชน์ยังไงหว่า) ไม่มากก็น้อย


--สุดท้ายนี้ขอขอบคุณ--
Nokia 5800XM ที่ช่วยถ่ายรูปให้
ขอบคุณนมถั่วเลือกดีน่า ผสมน้ำผึ้ง
โฆษณา โออิชิ กรีนที
และผู้ที่หลงเข้ามาอ่านทุกท่าน

เรื่องหน้าพบกับ Review Windows 7 (7600) แบบ งงๆ คับ

link เพิ่มเติม http://www.notebookspec.com/web/newspec.php?id=2198